ชีวิตที่รอยเลื่อน

วันนี้ได้รับข้อความฉุกเฉินจากทางการฟิลิปปินส์ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว เพราะทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่บน”รอยเลื่อน” เมืองมะนิลาตั้งอยู่บนรอยเลื่อนเปลือกโลก รอยนี้ชื่อว่า “West Valley Fault” มีความยาว 129 กม. พาดผ่านใจกลางเมืองมะนิลา ผ่านย่านเศรษฐกิจ ย่านชุมชน และเป็นรอยเลื่อนมีพลัง (Active Fault) คือมีโอกาสเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา ผลวิเคราะห์ทางธรณีวิทยาพบว่ารอยเลื่อนนี้กำลังสะสมพลังงาน จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดถึง 7.2 แมกนิจูด และเนื่องจากชุมชนอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนมาก แผ่นดินไหวขนาดเล็กก็อาจสร้างความเสียหายรุนแรงได้ ข้อความที่ได้รับเป็นข้อความจากศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ฟป. ขอให้เตรียมพร้อมรับมือภัยที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจาก ฟป. เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง ทั้งพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ซึนามิ และภูเขาไฟระเบิด จึงมีแผนเตรียมพร้อมรับมืออย่างสม่ำเสมอ (ช่วงเช้าก็เพิ่งได้รับข้อความเตือนภัยน้ำท่วม) (แผ่นดินไหวที่เกิดความเสียหายครั้งล่าสุดคือวันที่ 11 ก.ค. 2561 ที่เมือง Surigao ขนาด 5.1 แมกนิจูด) 18 July 2018 Source: วิวัฒน์ ประดับกุล

เราจะรักกันตลอดไป – เมื่อการหย่าร้างเป็นเรื่องผิดกฎหมายในฟิลิปปินส์

จะบอกว่าผิดกฎหมายซะทีเดียวก็คงไม่ใช่ แต่ว่า”ไม่มีบัญญัติ”ในกฎหมายของฟิลิปปินส์น่าจะถูกต้องมากกว่า ในฟิลิปปินส์ ทางเดียวที่จะเลิกใช้ชีวิตกับคู่สมรสได้คือการฟ้องศาลให้การสมรสนั้นเป็น”โมฆะ” ซึ่งเป็นการร้องว่ากระบวนการสมรสไม่ถูกต้อง เช่นถูกบังคับ ฉ้อโกง หรือเป็นคนวิกลจริต แต่เหตุที่เกิดหลังสมรสเช่นการนอกใจหรือทำร้ายร่างกายไม่สามารถใช้เป็นเหตุฟ้องศาลให้การสมรสเป็นโมฆะได้ และแน่นอนว่าการฟ้องศาลต้องมีหลักฐาน ต้องจ้างทนาย กระบวนการมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้เวลานาน บางเคสอาจยาวนานถึง 10 ปี พูดง่ายๆว่าคนจนแทบไม่มีสิทธิหย่าได้เลย แม้แต่คนรวยยังคิดแล้วคิดอีก แล้วทำไมฟิลิปปินส์ถึงไม่ให้คนหย่ากัน? คนฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งตามความเชื่อของชาวคาทอลิก การแต่งงานถือเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะเป็นเอกภาพหนึ่งเดียวกัน (Unity) หย่าร้างไม่ได้ (Indissolubility) ความเชื่อนี้ฝังรากลึกในสังคมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย มีความพยายามผลักดันให้มีกฎหมายหย่าร้างในฟิลิปปินส์มายาวนาน และทุกครั้งจะต้องพบกับแรงต้านจากคริสตจักรคาทอลิกโดยตลอดซึ่งมีอิทธิพลมากในฟิลิปปินส์ ล่าสุด มี.ค. 2561 กฎหมายหย่าร้างผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือต้องผ่านวุฒิสภา และ ปธน. ซึ่งมีท่าทีไม่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ก็ไม่ใช่การให้คู่สมรสที่ต้องการหย่าร้างไปจดทะเบียนหย่าได้ง่ายๆเหมือนทั่วไป แต่เป็นการเปิดให้คู่สมรสยื่นฟ้องให้ศาลสั่งให้หย่ากันได้จากเหตุต่างๆ เช่นการนอกใจ หรือการทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ปัจจุบัน นอกเหนือจากวาติกัน ฟิลิปปินส์เป็นเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ไม่อนุญาตให้คู่สมรสหย่าร้าง อ้างอิง https://www.philstar.com/…/legalizing-divorce-philippines-w… https://foreignpolicy.com/…/the-last-country-in-the-world-…/ วิวัฒน์ ประดับกุล 15-07-2561 13:37

ไม่ “ชอบ เงิน สด” – แนวคิดการใช้อีเพย์เม้นท์เพิ่มประสิทธิภาพการขาย

ไม่ “ชอบ เงิน สด” ร้านค้าส่วนใหญ่ ถ้าเลือกได้ก็คงอยากให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสด ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ การจ่ายเงินสดก็น่าจะเท่ากับการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งสำหรับร้านค้าแล้ว ก็น่าจะดีกว่าจ่ายด้วยบัตรเครดิต (Credit/debit card) เพราะการรับบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียม ต้องรอเครียริ่งรอเงินเข้าบัญชีอีก2-5วัน คือเงินได้ช้าแถมยังได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แบบนี้ใครจะอยากรับ แต่บางครั้ง การรับเงินสดก็เป็นภาระและต้นทุน นึกภาพร้านขายของออนไลน์ ลูกค้าจะโอนเงินซื้อของ ก็มักจะติดต่อผู้ขายก่อนโอนเงิน และเมื่อโอนเสร็จก็ติดต่อแจ้งโอนเงิน ผู้ขายเช็คยอดเงิน และคอนเฟิรม์ลูกค้า จะเห็นว่ามีขั้นตอนใน process ของการขายเยอะ ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งสิ้น และถ้าลูกค้าจะโอนเงินแล้วคนขายตอบช้า ลูกค้าก็คงไม่พอใจ หมดอารมณ์จะซื้อหรืออาจไปซื้อร้านอื่นแทน จะเฝ้าจอคอยตอบตลอดก็เสียแรงเสียเวลา แต่ด้วยบัตรเครดิตและอีเพย์เม้นท์ (E-payment) ซึ่งมีระบบเช็คยอด แจ้งเตือน และคอนเฟิร์มออเดอร์อัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอน และทำให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ต้องนึกถึงถ้าจะเอาระบบบัตรเครดิตและอีเพย์เม้นท์มาใช้ เช่น รูปแบบธุรกิจ รูปแบบของสินค้า การบริหารสต็อก เงินทุน กลุ่มลูกค้า และสำคัญที่สุดคือ กลยุทธ์ เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องการอะไร จะได้มาอย่างไร และพร้อมจะลงทุนอะไร ขอยกตัวอย่างจากตัวเอง ทำธุรกิจเล็กๆ ให้เช่าซอฟท์แวร์…