ไม่ “ชอบ เงิน สด” – แนวคิดการใช้อีเพย์เม้นท์เพิ่มประสิทธิภาพการขาย

ไม่ “ชอบ เงิน สด”

ร้านค้าส่วนใหญ่ ถ้าเลือกได้ก็คงอยากให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสด ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ การจ่ายเงินสดก็น่าจะเท่ากับการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งสำหรับร้านค้าแล้ว ก็น่าจะดีกว่าจ่ายด้วยบัตรเครดิต (Credit/debit card) เพราะการรับบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียม ต้องรอเครียริ่งรอเงินเข้าบัญชีอีก2-5วัน คือเงินได้ช้าแถมยังได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แบบนี้ใครจะอยากรับ

แต่บางครั้ง การรับเงินสดก็เป็นภาระและต้นทุน

นึกภาพร้านขายของออนไลน์ ลูกค้าจะโอนเงินซื้อของ ก็มักจะติดต่อผู้ขายก่อนโอนเงิน และเมื่อโอนเสร็จก็ติดต่อแจ้งโอนเงิน ผู้ขายเช็คยอดเงิน และคอนเฟิรม์ลูกค้า จะเห็นว่ามีขั้นตอนใน process ของการขายเยอะ ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งสิ้น และถ้าลูกค้าจะโอนเงินแล้วคนขายตอบช้า ลูกค้าก็คงไม่พอใจ หมดอารมณ์จะซื้อหรืออาจไปซื้อร้านอื่นแทน จะเฝ้าจอคอยตอบตลอดก็เสียแรงเสียเวลา

แต่ด้วยบัตรเครดิตและอีเพย์เม้นท์ (E-payment) ซึ่งมีระบบเช็คยอด แจ้งเตือน และคอนเฟิร์มออเดอร์อัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอน และทำให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ต้องนึกถึงถ้าจะเอาระบบบัตรเครดิตและอีเพย์เม้นท์มาใช้ เช่น รูปแบบธุรกิจ รูปแบบของสินค้า การบริหารสต็อก เงินทุน กลุ่มลูกค้า และสำคัญที่สุดคือ กลยุทธ์ เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องการอะไร จะได้มาอย่างไร และพร้อมจะลงทุนอะไร

ขอยกตัวอย่างจากตัวเอง ทำธุรกิจเล็กๆ ให้เช่าซอฟท์แวร์ (Platform as a Service : PaaS) ขายผ่านระบบออนไลน์ เมื่อก่อนก็ให้ลูกค้าโอนเงินเข้า เราคอยเช็คยอด คอนเฟริม และเปิดระบบให้ลูกค้า ซึ่งต่อมาทำเป็นระบบอัตโนมัติ และเลิกรับชำระเงินแบบโอนเงินธนาคาร รับเฉพาะบัตรเครดิตเดบิตและบัตรเงินสด

หลังจากเปลี่ยน ลูกค้าบ่น ยอดขายลดลง เสียลูกค้าบางคนไป แต่หลังจากที่ educate ลูกค้า ทำให้เห็นว่าสะดวก ง่าย อัดโปรโมชั่นส่วนลด เพียงไม่นานยอดขายก็กลับมาเหมือนเดิม โดยที่ตัวเองมีเวลามากกว่าเดิม ไม่ต้องคอยตอบ คอยเช็คยอดและเปิดระบบ เอาเวลาไปคิด product ใหม่ หาโอกาสใหม่ หรือทำอะไรอย่างที่ต้องการได้

และสิ่งที่ต้องการที่สุดก็คือ
การนอน
ถถถ ถุยชีวิต

วิวัฒน์ ประดับกุล – 11 July 2018 at 16:52 (ต้นฉบับ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *